<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Dhamma Online</title>
	<atom:link href="http://dhammaonline.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dhammaonline.wordpress.com</link>
	<description>ธรรมะ, บทความธรรมะ, บทสวดมนต์, ประวัติพระสาวก, ประวัติพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Oct 2009 10:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='dhammaonline.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Dhamma Online</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://dhammaonline.wordpress.com/osd.xml" title="Dhamma Online" />
	<atom:link rel='hub' href='http://dhammaonline.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>อานิสงส์ การเจริญเมตตา</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/27/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/27/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2009 10:39:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[การเจริญเมตตา]]></category>
		<category><![CDATA[การแผ่เมตตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=310</guid>
		<description><![CDATA[เอวัม เม สุตัง, ข้าพเจ้า (คือพระอานนท์) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้, เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม, สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, เสด็จประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร, ซึ่งเป็นอารามของอนาถปิณฑิกคฤหัสบดี ใกล้เมืองสาวัตถี ตัตระ โข ภะคะวา ภิกขุ อามันเตสิ ภิกขะโวติ, ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายว่า, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, ภะทันเตติ ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง, ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว, ภะคะวา เอตะทะโวจะ, พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า, เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้, อาเสวิตายะ, อันบุคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว ทำให้มากแล้ว, พะหุลีกาตายะ ยานีกะตายะ, ทำให้มากคือ, ชำนาญให้เป็นยวดยานของใจ, วัตถุกะตายะ อะนุฎฐิตายะ, ให้เป็นที่อยู่ของใจตั้งไว้เป็นนิตย์, ปะริจิตายะ, อันบุคคลส่งเสริมอบรมแล้ว บำเพ็ญดีแล้ว, เอกาทะสานิสังสา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=310&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอวัม เม สุตัง,<br />
ข้าพเจ้า (คือพระอานนท์) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้,</p>
<p>เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม,<br />
สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, เสด็จประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร, ซึ่งเป็นอารามของอนาถปิณฑิกคฤหัสบดี ใกล้เมืองสาวัตถี</p>
<p>ตัตระ โข ภะคะวา ภิกขุ อามันเตสิ ภิกขะโวติ,<br />
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายว่า, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย,</p>
<p>ภะทันเตติ ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง,<br />
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว,</p>
<p>ภะคะวา เอตะทะโวจะ,<br />
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า,</p>
<p>เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา,<br />
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้,</p>
<p>อาเสวิตายะ,<br />
อันบุคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว ทำให้มากแล้ว,</p>
<p>พะหุลีกาตายะ ยานีกะตายะ,<br />
ทำให้มากคือ, ชำนาญให้เป็นยวดยานของใจ,</p>
<p>วัตถุกะตายะ อะนุฎฐิตายะ,<br />
ให้เป็นที่อยู่ของใจตั้งไว้เป็นนิตย์,</p>
<p>ปะริจิตายะ,<br />
อันบุคคลส่งเสริมอบรมแล้ว บำเพ็ญดีแล้ว,</p>
<p>เอกาทะสานิสังสา ปาฎิกังขา,<br />
ย่อมมีอานิสงส์ สิบเอ็ดประการ,</p>
<p>กะตะเม เอกาทะสะ,<br />
อานิสงส์สิบเอ็ดประการ อะไรบ้าง,</p>
<p>(๑) สุขังสุปะติ, คือ (ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น) หลับอยู่ก็เป็นสุฃสบาย<br />
(๒) สุขัง พุชฌะติ, ตื่นขึ้นก็เป็นสุขสบาย,<br />
(๓) นะปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ, ไม่ฝันร้าย<br />
(๔) มะนุสสานัง ปิโยโหติ, เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย,<br />
(๕) อะมะนุสสานัง ปิโยโหติ, เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั่วไป,<br />
(๖) เทวะตารักขันติ, เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา<br />
(๗) นาสสะอัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศัตราก็ดี ย่อมทำอันตรายไม่ได้,<br />
(๘) ตุวะฎัง จิตตังสะมาธิยะติ, จิตย่อมเป็นสมาธิได้โดยเร็ว,<br />
(๙) มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, ผิวหน้าย่อมผ่องใส,<br />
(๑๐) อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ, เป็นผู้ไม่ลุ่มหลง ทำกาลกิริยาตาย,<br />
(๑๑) อุตตะรัง อัปปะฎิวำชฌันโต, พรัหมะโลกูปะโค โหติ, เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษอันยิ่งๆขึ้นไป, ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกแล,</p>
<p>เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา,<br />
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้,</p>
<p>อาเสวิตายะ,<br />
อันบุคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว ทำให้มากแล้ว,</p>
<p>พะหุลีกาตายะ ยานีกะตายะ,<br />
ทำให้มากคือ, ชำนาญให้เป็นยวดยานของใจ,</p>
<p>วัตถุกะตายะ อะนุฎฐิตายะ,<br />
ให้เป็นที่อยู่ของใจตั้งไว้เป็นนิตย์,</p>
<p>ปะริจิตายะ,<br />
อันบุคคลส่งเสริมอบรมแล้ว บำเพ็ญดีแล้ว,</p>
<p>เอกาทะสานิสังสา ปาฎิกังขา,<br />
ย่อมมีอานิสงส์ สิบเอ็ดประการ,</p>
<p>อิทะมะโว จะ ภะคะวา,<br />
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสธรรมปริยายอันนี้แล้ว,</p>
<p>อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต,<br />
ภิกษุทั้งหลายเหล่านี้ ก็มีใจยินดี,</p>
<p>ภาสิตัง อะภินันทุนติ,<br />
พอใจในภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,</p>
<p>อิติ,<br />
ด้วยประการฉะนี้แล</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98c-e0b881e0b8b2e0b8a3e0b980e0b888e0b8a3e0b8b4e0b88de0b980e0b8a1e0b895e0b895e0b8b2.jpg"><img class="size-full wp-image-311 aligncenter" title="อานิสงส์ การเจริญเมตตา" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98c-e0b881e0b8b2e0b8a3e0b980e0b888e0b8a3e0b8b4e0b88de0b980e0b8a1e0b895e0b895e0b8b2.jpg?w=400&#038;h=308" alt="อานิสงส์ การเจริญเมตตา" width="400" height="308" /></a></p>
<p><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/40.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/310/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/310/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=310&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/27/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98c-e0b881e0b8b2e0b8a3e0b980e0b888e0b8a3e0b8b4e0b88de0b980e0b8a1e0b895e0b895e0b8b2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์ การเจริญเมตตา</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/26/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/26/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2009 10:15:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดทองพระ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดทองพระพุทธรูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=302</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230; นัยว่าพระเจ้ามหารถราช เสวยสมบัติ ในสักกราชาวดีนคร ท้าวท่านเป็นสัมมาทิฎฐิบุคคลคือมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตรงกันข้ามกับ พระเจ้าปัญจาลราช กษัตริย์กรุงปัญจาลราชนครเป็นมิจฉาทิฎฐิบุคคล คือไม่นับถือพระพุทธศาสนา กษัตริย์ทั้งสองเป็นสหายที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปัญจาลราชได้ส่งผ้ารัตนกัมพลผืนหนึ่งไปถวายพระเจ้ามหารถราช พระเจ้ามหารถราช ทอดพระเนตรเห็นผ้ารัตนกัมพล แล้วจึงตรัสว่าสหายเราส่งผ้าอันมีค่ามากมาให้เรา เราก็ควรจัดส่งแก้วอันประเสริฐไปให้ตอบแทนพระสหาย ดังนี้ พระเจ้ามหารถจึงคิดว่า เราจะส่งแก้วสิ่งใดหนอซึ่งมีค่ามากเหนือสิ่งอื่นใด พิจารณาแล้วเห็นว่า แก้วใดๆจะประเสริฐกว่าพุทธรัตนะย่อมไม่มี จึงตกลงใจจะส่งพุทธรัตนะไปถวาย จึงสั่งให้ช่างนำแผ่นทองคำตีเป็นแผ่นบางแล้วให้เขียนรูปพระพุทธเจ้าลงไปในแผ่นทองคำด้วยชาตหรคุณ มีขนาดองค์ประมาณ 1 ศอกแล้วสั่งให้อำมาตย์เชิญพระพุทธรูปทองนั้นลงสู่สำเภา เพื่อนำไปถวายพระเจ้าปัญจาลราช ก่อนที่จะส่งราชทูตไป พระองค์ยกมือขึ้นประณมถวายนมัสการ โดยทรงระลึกถึงองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า &#8220;ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย พระองค์มีความประสงค์จะสั่งสอนเวไนยสัตว์ในประเทศใดๆ ขอพระองค์ทรงเสด็จไปยังประเทศนั้นๆ แล้วยังประโยชน์ให้เกิด แก่สัตว์จำพวกนั้นเถิด พระเจ้าปัญจาลราชสหายของหม่อมฉันเป็นมิจฉาทิฎฐิ มีความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม มิได้มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระองค์ ถ้าพระองค์เสด็จไปยังพระนครนั้นแล้ว ขอพระองค์ได้โปรดแสดงปาฎิหาริย์ทรมานพระเจ้าปัณจาลราช ให้ละซึ่งมิจฉาทิฎฐิด้วยเถิด&#8221; อธิษฐานเสร็จแล้วเสด็จลงน้ำประมาณพระศอ(พระพุทธเจ้าอยู่บนเรือ ท่านจึงลงไปในน้ำซึ่งต่ำกว่า) เพื่อส่งรูปพระพุทธเจ้านั้นไปยังเมืองปัญจาลนคร ในขณะนั้น บรรดาแก้วอันเกิดในมหาสมุทรมีสีต่างๆ ก็ผุดขึ้นจากท้องมหาสมุทรลอยอยู่เหนือน้ำเพื่อบูชาพระพุทธรูปนั้น พื้นน้ำงามวิจิตรด้วยแก้ว 7 ประการประหนึ่งพื้นแห่งภาชนะทอง ดอกปทุมทั้งหลายก็ผุดขึ้นเหนือพื้นน้ำ พญานาคทั้งหลายก็ได้พานาคบริษัทออกจากนาคพิภพขึ้นมาสักการบูชาด้วยสุคันธมาลา เทวดาทั้งหลายก็เรี่ยราย ดอกไม้ทิพย์ลงมาจากอากาศ เมื่อราชทูตไปถึงกรุงปัญจาลนครแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=302&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b89be0b8b4e0b894e0b897e0b8ade0b887e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b89ee0b8b8e0b897e0b898e0b8a3.jpg"><img class="size-full wp-image-304 aligncenter" title="อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b89be0b8b4e0b894e0b897e0b8ade0b887e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b89ee0b8b8e0b897e0b898e0b8a3.jpg?w=300&#038;h=283" alt="อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป" width="300" height="283" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230; นัยว่าพระเจ้ามหารถราช เสวยสมบัติ ในสักกราชาวดีนคร ท้าวท่านเป็นสัมมาทิฎฐิบุคคลคือมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตรงกันข้ามกับ พระเจ้าปัญจาลราช กษัตริย์กรุงปัญจาลราชนครเป็นมิจฉาทิฎฐิบุคคล คือไม่นับถือพระพุทธศาสนา กษัตริย์ทั้งสองเป็นสหายที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย</p>
<p style="text-align:justify;">ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปัญจาลราชได้ส่งผ้ารัตนกัมพลผืนหนึ่งไปถวายพระเจ้ามหารถราช พระเจ้ามหารถราช ทอดพระเนตรเห็นผ้ารัตนกัมพล แล้วจึงตรัสว่าสหายเราส่งผ้าอันมีค่ามากมาให้เรา เราก็ควรจัดส่งแก้วอันประเสริฐไปให้ตอบแทนพระสหาย ดังนี้ พระเจ้ามหารถจึงคิดว่า เราจะส่งแก้วสิ่งใดหนอซึ่งมีค่ามากเหนือสิ่งอื่นใด พิจารณาแล้วเห็นว่า แก้วใดๆจะประเสริฐกว่าพุทธรัตนะย่อมไม่มี จึงตกลงใจจะส่งพุทธรัตนะไปถวาย จึงสั่งให้ช่างนำแผ่นทองคำตีเป็นแผ่นบางแล้วให้เขียนรูปพระพุทธเจ้าลงไปในแผ่นทองคำด้วยชาตหรคุณ มีขนาดองค์ประมาณ 1 ศอกแล้วสั่งให้อำมาตย์เชิญพระพุทธรูปทองนั้นลงสู่สำเภา เพื่อนำไปถวายพระเจ้าปัญจาลราช</p>
<p style="text-align:justify;">ก่อนที่จะส่งราชทูตไป พระองค์ยกมือขึ้นประณมถวายนมัสการ โดยทรงระลึกถึงองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า &#8220;ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย พระองค์มีความประสงค์จะสั่งสอนเวไนยสัตว์ในประเทศใดๆ ขอพระองค์ทรงเสด็จไปยังประเทศนั้นๆ แล้วยังประโยชน์ให้เกิด แก่สัตว์จำพวกนั้นเถิด พระเจ้าปัญจาลราชสหายของหม่อมฉันเป็นมิจฉาทิฎฐิ มีความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม มิได้มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระองค์ ถ้าพระองค์เสด็จไปยังพระนครนั้นแล้ว ขอพระองค์ได้โปรดแสดงปาฎิหาริย์ทรมานพระเจ้าปัณจาลราช ให้ละซึ่งมิจฉาทิฎฐิด้วยเถิด&#8221;</p>
<p style="text-align:justify;">อธิษฐานเสร็จแล้วเสด็จลงน้ำประมาณพระศอ(พระพุทธเจ้าอยู่บนเรือ ท่านจึงลงไปในน้ำซึ่งต่ำกว่า) เพื่อส่งรูปพระพุทธเจ้านั้นไปยังเมืองปัญจาลนคร ในขณะนั้น บรรดาแก้วอันเกิดในมหาสมุทรมีสีต่างๆ ก็ผุดขึ้นจากท้องมหาสมุทรลอยอยู่เหนือน้ำเพื่อบูชาพระพุทธรูปนั้น พื้นน้ำงามวิจิตรด้วยแก้ว 7 ประการประหนึ่งพื้นแห่งภาชนะทอง ดอกปทุมทั้งหลายก็ผุดขึ้นเหนือพื้นน้ำ พญานาคทั้งหลายก็ได้พานาคบริษัทออกจากนาคพิภพขึ้นมาสักการบูชาด้วยสุคันธมาลา เทวดาทั้งหลายก็เรี่ยราย ดอกไม้ทิพย์ลงมาจากอากาศ เมื่อราชทูตไปถึงกรุงปัญจาลนครแล้ว จึงเข้าไปถวายบังคมพระเจ้าปัญจาล แล้วกราบทูลเหตุอัศจรรย์ ให้ทราบโดยตลอด ท้าวเธอทรงโสมนัสปรีดาในเครื่องบรรณาการเป็นยิ่งนัก ได้เสด็จออกพร้อมจตุรงคเสนา รับสั่งให้ชาวเมืองประโคมแตรสังข์ กังสดาล เสด็จไปยังท่าน้ำ ถวายนมัสการสักการบูชา แล้วเสด็จลงไปในน้ำประมาณพระศอ ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธรูปแล้วทรงยินดีทรงแสดงตนเป็นพุทธมามกะ</p>
<p style="text-align:justify;">แล้วด้วยอำนาจความศัทธาของพระเจ้าปัญจาลราช และด้วยอำนาจอธิษฐานของพระเจ้ามหารถราช พระพุทธรูปนั้นก็ลอยขึ้นไปบนอากาศเปล่งรัศมี 6 ประการ จับพื้นปฐพีตลอดจนถึงพรหมโลก กลบแสงแห่งอาทิคย์ กลบแสงรัศมีเทวดาในหมื่นโลกธาตุ ณ กาลนั้น ในคราวนั้นพระอินทร์ ได้เสด็จลงมาถวายนมัสการพร้อมด้วยเทพบริษัท มนุษย์ก็เห็นเทวดา เทวดาก็เห็นหมู่มนุษย์ พระเจ้าปัญจาลราชเห็นปาฎิหาริย์เช่นนั้น ทรงโสมนัสยินดียิ่งนักได้นำพระพุทธรูปไปประดิษฐานในพระมนเทียร แล้วบูชาด้วยประทีปธูปเทียนชวาลา ทรงแสดงองค์เป็นอุบาสก</p>
<p style="text-align:justify;">ในเวลาต่อมา พระองค์ได้ให้ช่างแกะรูปพระพุทธเจ้าด้วยแก่นจันทน์ แล้วประดิษฐานไว้ในศาลาไม้บุณนาค แล้วรับสั่งให้ชาวเมืองพากันมา<a title="อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/26/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3/">ปิดทองพระพุทธรูป</a> ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์เป็นคนเข็ญใจในเมืองนั้น เมื่อได้ยินเสียงโฆษณาดังกล่าวแล้วตัดสินใจ อำลาลูกอำลาเมียเพื่อไปขายตัวให้เป็นทาส แล้วจะได้เงินมาซื้อทองปิดพระพุทธรูป แต่ด้วยความเห็นใจของภรรยา ภรรยาจึงยอมขายตนและลูกเป็นค่าทอง พระโพธิสัตว์นำลูกเมียไปขายในตระกูลที่มั่งคั่งแล้วนำไปซื้อทองปิดพระพุทธรูป</p>
<p style="text-align:justify;">เมื่อทองไม่พอจึงรำพึง &#8220;ใครหนอจักทำเนื้อมนุษย์ ให้เป็นทองได้ เราจักบริจาคตน&#8221; ในครั้งนั้นท้าวสักกเทวราชได้เสด็จลงมายืนอยู่ตรงหน้าแสดงตนเป็นช่างทอง ต่อพระโพธิสัตว์ เมื่อทราบว่าช่างทองนั้นสามารถทำเนื้อให้เป็นทองได้ จึงประกาศแก่เทพเทวดาขออาวุธเชือดเลือดเนื้อตกลงมา เมื่อได้ ศัสตราวุธแล้วพระโพธิสัตว์ก็เชือดเนื้อของตน จนตราบเท่า<a title="อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/26/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3/">ปิดทอง</a>สำเร็จ<br />
เกิดความยินดีโสมนัส สลบลงแทบเท้าพระพุทธรูป พระอินทร์ได้เยียวยาให้หายเป็นปรกติ แล้วเป็นผู้มีกายดุจสีทอง พระอินทร์ตรัสพยากร &#8220;ท่านจัดได้เป็นพระศรีสรรเพชญ์ในอนาคต&#8221; แล้วพระอินทร์ก็กลับสู่วิมาน พระเจ้าปัญจาลราชพร้อมชาวเมือง ได้ทำการสักการบูชาแก่พระโพธิสัตว์ และแบ่งสมบัติให้พระโพธิสัตว์เป็นอันมาก ครั้นดับขันธ์แล้วพระโพธิสัตว์ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเสวยสมบัติอันมโหฬาร</p>
<p style="text-align:justify;"><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/39.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/302/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/302/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=302&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/26/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b89be0b8b4e0b894e0b897e0b8ade0b887e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b89ee0b8b8e0b897e0b898e0b8a3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ถวายสัพพทาน</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Oct 2009 09:39:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สัพพทาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230; ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทานของสัปบุรุษเหล่านี้ ๘ อย่าง คือ ๑. ให้ของที่สะอาด ๒. ให้ของประณีต ๓. ให้ถูกกาล ๔. ให้ของที่สมควร ๕. เลือกให้ ๖. ให้เสมอ ๆ ๗. กำลังให้ยังจิตให้เลื่อมใส ๘. ครั้นให้แล้วปลื้มใจ สัปปุริสทาน ๘ อย่างนี้ประเสริฐยิ่งนักหนา ในกาลครั้งนั้น องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าก็สถิตสำราญอยู่ในป่าเชตวัน อันเป็นอารามของนายอนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีอยู่ในที่ใกล้ ๆ นครสาวัตถี ในกาลครั้งนั้นมีพระยาองค์หนึ่ง ชื่อ มหานามะ ก็เอาประธูปประทีปคันธรสของหอม แล้วพาหมู่บริวารทั้งหลายเข้าไปสู่ที่เฝ้าพระสัพพัญญูเจ้า แล้วก็นั่งในที่ควรแห่งหนึ่ง จึงทูลถามพระสัพพัญญูเจ้าว่า “ภนฺเต ภควา” ข้าแต่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า บุคคลผู้ใดเลื่อมใสศรัทธา มาก่อสร้างสัพพทานหลาย ๆ ชนิด ก็จักมีอานิสงส์ดังรือพระเจ้าข้า &#8230; สมเด็จพระศาสดาจารย์เจ้าจึงเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตร นรชนหญิงชายทั้งหลายมีใจเลื่อมใสศรัทธามาก่อสร้างสัพพทานหลาย ๆ ชนิดเป็นต้นว่า สร้างพระพุทธรูปก็จักได้อานิสงส์ ๙ กัลป [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=296&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230; ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทานของสัปบุรุษเหล่านี้ ๘ อย่าง คือ ๑. ให้ของที่สะอาด ๒. ให้ของประณีต ๓. ให้ถูกกาล ๔. ให้ของที่สมควร ๕. เลือกให้ ๖. ให้เสมอ ๆ ๗. กำลังให้ยังจิตให้เลื่อมใส ๘. ครั้นให้แล้วปลื้มใจ สัปปุริสทาน ๘ อย่างนี้ประเสริฐยิ่งนักหนา ในกาลครั้งนั้น องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าก็สถิตสำราญอยู่ในป่าเชตวัน อันเป็นอารามของนายอนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีอยู่ในที่ใกล้ ๆ นครสาวัตถี</p>
<p style="text-align:justify;">ในกาลครั้งนั้นมีพระยาองค์หนึ่ง ชื่อ มหานามะ ก็เอาประธูปประทีปคันธรสของหอม แล้วพาหมู่บริวารทั้งหลายเข้าไปสู่ที่เฝ้าพระสัพพัญญูเจ้า แล้วก็นั่งในที่ควรแห่งหนึ่ง จึงทูลถามพระสัพพัญญูเจ้าว่า “ภนฺเต ภควา” ข้าแต่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า บุคคลผู้ใดเลื่อมใสศรัทธา มาก่อสร้าง<a title="อานิสงส์ถวายสัพพทาน" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สัพพทาน</a>หลาย ๆ ชนิด ก็จักมีอานิสงส์ดังรือพระเจ้าข้า</p>
<p style="text-align:justify;">&#8230; สมเด็จพระศาสดาจารย์เจ้าจึงเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตร นรชนหญิงชายทั้งหลายมีใจเลื่อมใสศรัทธามาก่อสร้าง<a title="อานิสงส์ถวายสัพพทาน" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สัพพทาน</a>หลาย ๆ ชนิดเป็นต้นว่า</p>
<p style="text-align:justify;">สร้างพระพุทธรูปก็จักได้อานิสงส์ ๙ กัลป<br />
สร้างพระไตรปิฏกธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็ได้อานิสงส์ ๑๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้บวชตนเป็นสามเณร ก็จักได้อานิสงส์ ๑๒ กัลป<br />
ผู้ไดได้บวชตนเป็นพระภิกษุ ก็จักได้ อานิสงส์ ๒๔ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างพระธาตุเจดีย์ก็จักได้อานิสงส์ ๘๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้ปลูกไม้ศรีมหาโพธิ์ ก็จักได้อานิสงส์ ๙ กัลป<br />
ผู้ใดให้โภชะนังยังข้าวน้ำ โภชนะอาหารให้เป็นทานแก่ภิกษุสามเณร ก็จักได้บริวารแสนหนึ่ง<br />
ผู้ใดได้สร้างเจดีย์ทรายก็จักได้อานิสงส์ ๖๐ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างกุฏีให้เป็นทานก็จักได้อานิสงส์ ๔๐ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างอุโบสถให้เป็น ทานก็จักได้อานิสงส์ ๔๐ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างกฐินให้เป็นทานก็จักได้อานิสงส์ ๘๐ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างอารามให้เป็นทานก็จักได้อานิสงส์ ๔๐กัลป<br />
ผู้ใดสร้างพัทธสีมาให้เป็นทานก็จักได้อานิสงส์ ๑๐๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้บวชบุรุษผู้อื่นให้เป็นพระภิกษุก็จักได้อานิสงส์ ๘ กัลป<br />
บวชบุตรตนเองให้เป็นภิกษุ ก็จะได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ภรรยาบวชสามีของตนให้เป็นสามเณร ก็จักได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ภรรยาบวชสามีของตนให้เป็นพระภิกษุ ก็จักได้อานิสงส์ ๓๒ กัลป<br />
สามีบวชภรรยาให้เป็นภิกษุณี ก็จักได้อานิสงส์ ๖๔ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างพระเจดีย์ธาตุข้าวเปลือกให้เป็นทาน ก็จักได้อานิสงส์ ๓๑ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างพระเจดีย์ธาตุข้าวสารให้เป็นทานได้อานิสงส์ ๔๒ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างพระเจดีย์ธาตุเหลือให้เป็นทาน ก็จักได้อานิสงส์ ๖๔ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างรั้วล้อมอาราม ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดปัดกวาดขยะมูลฝอยถอนเสียจากเขตอารามได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างศาลาสะพานบ่อน้ำให้เป็นทานได้อานิสงส์ ๓๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้ถวายดอกไม้ธูปเทียนได้อานิสงส์ ๘ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างอัฏฐให้เป็นทานได้อานิสงส์ ๓๖ กัลป<br />
ผู้ใดได้ถวายจีวรเถราภิเษก ได้อานิสงส์ ๓๒ กัลป<br />
ผู้ใดถวายผ้าป่าได้อานิสงส์ ๔๐ กัลป<br />
ผู้ใดให้ฝาผนังและเพดานเป็นทานได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างธงฝ้าย ธงผึ้ง ธงชัย ธงชาย ธงเหล็ก บูชาพระรัตนตรัย ได้อานิสงส์ ๖๔ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างขันหมากเบ็งบูชาระรัตนตรัย ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดถวายซึ่งข้าวพันก้อนบูชาพระรัตนตรัยได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดถวายผ้าอาบน้ำฝน และผ้าจำนำพรรษา ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างปราสาทดอกผึ้งให้เป็นทาน ได้อานิสงส์ ๓ กัลป<br />
ผู้ใดสร้างต้นกัลปพฤกษ์ให้เป็นทานได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป์<br />
ผู้ใดสร้าง ฆ้อง กลอง แคน ซอ หอยสังข์ ปี่ แตร แตรวง ดนตรีให้เป็นทานได้อานิสงส์ ๖๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้ถวายเสื่อสาดอาสนะได้อานิสงส์ ๔ กัลป<br />
ผู้ใดถวายเตียงเก้าอี้ฟูกเบาะให้เป็นทาน ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดได้ปลูกกุฏีกรรมให้พระภิกษุเข้าปริวาสกรรม และมานัตตกรรม ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างบั้งไฟจุดบูชาพระรัตนตรัย ได้อานิสงส์ ๔ กัลป<br />
ผู้ได้สร้างพัทธสีมาน้ำได้อานิสงส์ ๖๗ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างธรรมาสน์ ได้อานิสงส์ ๓๒ กัลป<br />
ผู้ใดได้สร้างเวจกุฏี ได้อานิสงส์ ๔๐ กัลป<br />
ผู้ใดได้เผาซากศพที่ตกเรี่ยราดอยู่ตามป่าตามดง ได้บริวารหมื่นหนึ่ง<br />
ผู้ใดได้เผาศพญาติมิตรสหาย ได้บริวาร ๓ หมื่น<br />
ผู้ใดได้เผาศพบิดามารดาได้บริวารหนึ่งแสน<br />
ผู้ใดได้เผาศพอุปัชฌาย์อาจารย์ ได้บริวารโกฏิหนึ่ง<br />
ผู้ใดได้ถวายโอ่งน้ำ และส้วมอาบน้ำ และครุตักน้ำก็ได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป</p>
<p style="text-align:justify;"><a title="อานิสงส์ถวายสัพพทาน" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สัพพทาน</a>ทั้งหลายชนิดเหล่านี้ บุคคลผู้ใดมีศรัทธากล้าหาญ อาจสละสมบัติออกสร้างวัตถุประสงค์ดังแสดงมานี้ ก็มีอานิสงส์ผลบุญพูนสุขในชั่วนี้และชั่วหน้า</p>
<p style="text-align:justify;">อานิสงส์ที่ได้ปัจจุบันนี้คือ จะไปมาทางใดก็มีคนนับหน้าถือตา ไม่ได้เป็นที่รังเกียจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มีแต่ผู้อยากให้ร่วมกินร่วมอยู่ทั้งนั้น เราจะเข้าไปสู่สมาคมใด ๆ ก็ไม่ครั้นคร้ามสยดสยองเกรงกลัวต่ออำนาจผู้ใด การทำมาหากินก็สมความมุ่งมาตร ปรารถนาสมประสงค์ ครั้นสิ้นบุพพกรรมมนุษย์ในโลกนี้แล้ว ก็จะถือเอาตนเมื่ออุบัติขึ้นบนสวรรค์ชั้นดาวดึง สายามาตุสิตาโดยลำดับ จนถึงพรหมโลก ครั้นจุติจากพรหมโลกลงมาเกิดในมนุษย์โลก ก็ไม่ได้ไปเกิดในหิเนกุลชั่วร้าย และจักได้ไปเกิดในตระกูลท้าวพระยามหากษัตริย์ หรือตระกูลพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง มั่งมี เศรษฐีกฎุมพี แล้วก็จักได้ทัวระวัดไปมา บารมีแก่กล้า ก็จะได้บ่ายหน้าเข้าสู่เมืองแก้วนิรพาน พอจบธรรมเทศนาแห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าลง สมเด็จพระเจ้ามหานามะ ก็ได้ตั้งอยู่ในไตรสรณคมณ์สาม ส่วนบริษัททั้งหลาย ก็ได้ถึงโสดาสกิทาคา อนาคา อรหันต์</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b896e0b8a7e0b8b2e0b8a2e0b8aae0b8b1e0b89ee0b89ee0b897e0b8b2e0b899.jpg"><img class="size-full wp-image-300 aligncenter" title="อานิสงส์ถวายสัพพทาน" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b896e0b8a7e0b8b2e0b8a2e0b8aae0b8b1e0b89ee0b89ee0b897e0b8b2e0b899.jpg?w=500&#038;h=375" alt="อานิสงส์ถวายสัพพทาน" width="500" height="375" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">
<p style="text-align:justify;">
<p style="text-align:justify;"><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/38.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/296/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=296&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b896e0b8a7e0b8b2e0b8a2e0b8aae0b8b1e0b89ee0b89ee0b897e0b8b2e0b899.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์ถวายสัพพทาน</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ในการสร้างธง</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 09:20:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างธง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=290</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230; สมัยหนึ่งพระศาสดาสมณโคดมบรมครู เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหารสมเด็จพระเจ้าปัสเสนทิโกศลราช กราบทูลถามถึงผลานิสงส์สร้างธงชัยบูชาพระรัตนตรัย พระบรมจอมไตรจึงตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า ดูกรบพิตรพระราชสมภาร การสร้างธงชัยบูชาพระรัตนตรัยนี้ มีผลานิสงส์อันอุดมยิ่งนัก ครั้งศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ยังมีบุรุษเข็ญใจกับภริยา มีจิตศรัทธาเลื่อมใสปรารถนาจะสร้างธงบูชาแก่พระรัตนตรัย จึงไปตัดไม้ในป่าเลือกหาต้นบริสุทธิ์ดี ครั้นตัดแล้วนำมาไว้ในอารามพยายามถากให้เกลี้ยงเกลาจะทำให้เป็นเสาธง แต่ยังมิทันจะสำเร็จเลยเกิดโรคาพาธ กระทำกาลกิริยาตายไป ด้วยจิตเลื่อมใสในเสาธงที่กระทำอยู่นั้น เป็นมูลเหตุนำบุรุษนั้นไปเกิดเป็นเทพบุตรในดาวดึงส์ เสวยสมบัติทิพย์เนืองแน่นไปด้วยเทพอัปสรกัญญาต่อแต่กาลนั้นมา มีบุรุษผู้หนึ่งได้ทัศนาเสาธงนั้นมิทันแล้ว จึงมาจักแจงถากเกลาเสาธงนั้นเกลี้ยงงามดีแล้ว ยกเสาธงนั้นขึ้น ยังมิทันหาธงและทองมาประดับ ก็เกิดพยาธิร้ายภายในกายถึงความตายในปัจจุบันนั้น นำตนไปเกิดในชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีวิมานทองสูง ๑๒ โยชน์ เป็นที่อยู่ ครั้นต่อมาอีกมีบุรุษผู้หนึ่งได้นำทองมาปิดเสาธงจนสำเร็จ ดูราวกะเสาธงนั้นเป็นแท่งทองธรรมชาติ ในกาลนั้นมีพ่อค้าห้าคนเดินทางมาพบเข้า มีจิตเลื่อมใสสละผ้าออกมากระทำเป็นธงผูกไว้บนเสา “กาลํ กตฺวา” ครั้นชนเหล่านั้นทำกาลกิริยาแล้วก็ได้ไปเสวยทิพย์มีนางฟ้าแวดล้อมเป็นยศบริวารในเทวโลกสิ้นด้วยกันทั้งนั้น ที่มา : http://www.84000.org/anisong/37.html<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=290&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b983e0b899e0b881e0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b887.jpg"><img class="size-full wp-image-291 aligncenter" title="อานิสงส์ในการสร้างธง" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b983e0b899e0b881e0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b887.jpg?w=304&#038;h=451" alt="อานิสงส์ในการสร้างธง" width="304" height="451" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230; สมัยหนึ่งพระศาสดาสมณโคดมบรมครู เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหารสมเด็จพระเจ้าปัสเสนทิโกศลราช กราบทูลถามถึง<a title="อานิสงส์ในการสร้างธง" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87/">ผลานิสงส์สร้างธงชัยบูชาพระรัตนตรัย</a> พระบรมจอมไตรจึงตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า ดูกรบพิตรพระราชสมภาร การสร้างธงชัยบูชาพระรัตนตรัยนี้ มีผลานิสงส์อันอุดมยิ่งนัก</p>
<p style="text-align:justify;">ครั้งศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ยังมีบุรุษเข็ญใจกับภริยา มีจิตศรัทธาเลื่อมใสปรารถนาจะ<a title="อานิสงส์ในการสร้างธง" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87/">สร้างธงบูชาแก่พระรัตนตรัย</a> จึงไปตัดไม้ในป่าเลือกหาต้นบริสุทธิ์ดี ครั้นตัดแล้วนำมาไว้ในอารามพยายามถากให้เกลี้ยงเกลาจะทำให้เป็นเสาธง แต่ยังมิทันจะสำเร็จเลยเกิดโรคาพาธ กระทำกาลกิริยาตายไป ด้วยจิตเลื่อมใสในเสาธงที่กระทำอยู่นั้น เป็นมูลเหตุนำบุรุษนั้นไปเกิดเป็นเทพบุตรในดาวดึงส์ เสวยสมบัติทิพย์เนืองแน่นไปด้วยเทพอัปสรกัญญาต่อแต่กาลนั้นมา มีบุรุษผู้หนึ่งได้ทัศนาเสาธงนั้นมิทันแล้ว จึงมาจักแจงถากเกลาเสาธงนั้นเกลี้ยงงามดีแล้ว ยกเสาธงนั้นขึ้น ยังมิทันหาธงและทองมาประดับ ก็เกิดพยาธิร้ายภายในกายถึงความตายในปัจจุบันนั้น นำตนไปเกิดในชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีวิมานทองสูง ๑๒ โยชน์ เป็นที่อยู่ ครั้นต่อมาอีกมีบุรุษผู้หนึ่งได้นำทองมาปิดเสาธงจนสำเร็จ ดูราวกะเสาธงนั้นเป็นแท่งทองธรรมชาติ ในกาลนั้นมีพ่อค้าห้าคนเดินทางมาพบเข้า มีจิตเลื่อมใสสละผ้าออกมากระทำเป็นธงผูกไว้บนเสา “กาลํ กตฺวา” ครั้นชนเหล่านั้นทำกาลกิริยาแล้วก็ได้ไปเสวยทิพย์มีนางฟ้าแวดล้อมเป็นยศบริวารในเทวโลกสิ้นด้วยกันทั้งนั้น</p>
<p><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/37.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/290/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=290&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b983e0b899e0b881e0b8b2e0b8a3e0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b887.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์ในการสร้างธง</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์สร้างสะพาน</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/23/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/23/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Oct 2009 09:01:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสะพาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;วันหนึ่งพระกปิลัตเถระ อธิษฐานให้น้ำในมหาสมุทรแข็งกระด้างเดินไปมาได้สะดวกพระภิกษุสงฆ์เห็นฤทธานุภาพของท่าน เลื่อมใสในธรรมคำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งนัก เพราะสามารถบันดาลให้ผู้ประพฤติปฏิบัติให้บรรลุกฤษฎาภินิหารต่าง ๆ กำลังปรารภเรื่องพระกปิลัตเถระอยู่ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จมาประทับเหนืออาสนะ ทรงดำรัสถามทราบเรื่องแล้วตรัสพระธรรมเทศนาว่า “อตีเต กาเล” ในอดีตกาลครั้งศาสนา พระกุกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้าพระกปิลัตเถระ เกิดในตระกูลคนเข็ญใจ มีอาชีพในทางรับจ้างพอเลี้ยงอัตภาพให้เป็นอยู่ไปวันหนึ่ง ๆได้เห็นทางโคจรบิณฑบาตของภิกษุสงฆ์ มีเปียกความชื้นแฉะ จึงนำทรัพย์ที่ตนรวบรวมไว้เพียงเล็กน้อยมาสร้างทางถวายให้เป็นทานแก่พระผู้เป็นเจ้า “กลํ กตฺวา” ครั้นบุรุษเข็ญใจนั้นใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็เกิดอัศจรรย์นิมิตเป็นมหามงคล คือเห็นสะพานเงินสะพานทองทอดลงมาแต่เทวโลก จะรับบุรุษเข็ญใจนั้นให้ขึ้นไปสู่สวรรค์ บุรุษเข็ญใจจึงพูดว่าประเดี๋ยวจะขึ้นไป คำที่กล่าวนั้นก็ปรากฏแก่คนทั้งหลาย อยู่มาประมาณครู่หนึ่งก็ถึงอนิจกรรมทำลายขันธ์ ขณะนั้นเสียงดุริยางค์ดนตรีก็ดังสนั่นหวั่นไหวก้องเวหา ประชาชนต่างก็ได้ยินเสียงทิพย์ดนตรี อันเทพนิมิตให้เกิดมีทุกถ้วนหน้า ส่วนบุรุษเข็ญใจนั้นครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพย์สมบัติอันมโหฬารประกอบไปด้วยแก้ว ๗ ประการ ตลอดมาจนถึงศาสนาพระตถาคตนี้ เทพบุตรองค์นั้นจึงจุติจากวิมานลงมาเกิดเป็นมนุษย์ออกมาบวชในพุทธศาสนาบำเพ็ญเพียรได้สำเร็จพระอรหัตตผล ประกอบไปด้วยวิชชาและอภิญญา จึงบันดาลน้ำในมหาสมุทรแข็งกระด้างราวกับว่าพื้นปฐมพี ด้วยอานิสงส์ที่ได้สร้างสะพาน แต่ครั้งศาสนาแห่งพระกุกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มาแสดงวิบากผลให้ปรากฏแก่ท่าน พระมหากปิลัตเถระ ที่มา : http://www.84000.org/anisong/36.html<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=283&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;วันหนึ่งพระกปิลัตเถระ อธิษฐานให้น้ำในมหาสมุทรแข็งกระด้างเดินไปมาได้สะดวกพระภิกษุสงฆ์เห็นฤทธานุภาพของท่าน เลื่อมใสในธรรมคำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งนัก เพราะสามารถบันดาลให้ผู้ประพฤติปฏิบัติให้บรรลุกฤษฎาภินิหารต่าง ๆ กำลังปรารภเรื่องพระกปิลัตเถระอยู่ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จมาประทับเหนืออาสนะ ทรงดำรัสถามทราบเรื่องแล้วตรัสพระธรรมเทศนาว่า</p>
<p style="text-align:justify;">“อตีเต กาเล” ในอดีตกาลครั้งศาสนา พระกุกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้าพระกปิลัตเถระ เกิดในตระกูลคนเข็ญใจ มีอาชีพในทางรับจ้างพอเลี้ยงอัตภาพให้เป็นอยู่ไปวันหนึ่ง ๆได้เห็นทางโคจรบิณฑบาตของภิกษุสงฆ์ มีเปียกความชื้นแฉะ จึงนำทรัพย์ที่ตนรวบรวมไว้เพียงเล็กน้อยมาสร้างทางถวายให้เป็นทานแก่พระผู้เป็นเจ้า “กลํ กตฺวา” ครั้นบุรุษเข็ญใจนั้นใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็เกิดอัศจรรย์นิมิตเป็นมหามงคล คือเห็น<a title="อานิสงส์สร้างสะพาน" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/23/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สะพาน</a>เงินสะพานทองทอดลงมาแต่เทวโลก จะรับบุรุษเข็ญใจนั้นให้ขึ้นไปสู่สวรรค์ บุรุษเข็ญใจจึงพูดว่าประเดี๋ยวจะขึ้นไป คำที่กล่าวนั้นก็ปรากฏแก่คนทั้งหลาย อยู่มาประมาณครู่หนึ่งก็ถึงอนิจกรรมทำลายขันธ์ ขณะนั้นเสียงดุริยางค์ดนตรีก็ดังสนั่นหวั่นไหวก้องเวหา ประชาชนต่างก็ได้ยินเสียงทิพย์ดนตรี อันเทพนิมิตให้เกิดมีทุกถ้วนหน้า ส่วนบุรุษเข็ญใจนั้นครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพย์สมบัติอันมโหฬารประกอบไปด้วยแก้ว ๗ ประการ ตลอดมาจนถึงศาสนาพระตถาคตนี้ เทพบุตรองค์นั้นจึงจุติจากวิมานลงมาเกิดเป็นมนุษย์ออกมาบวชในพุทธศาสนาบำเพ็ญเพียรได้สำเร็จพระอรหัตตผล ประกอบไปด้วยวิชชาและอภิญญา จึงบันดาลน้ำในมหาสมุทรแข็งกระด้างราวกับว่าพื้นปฐมพี ด้วย<a title="อานิสงส์สร้างสะพาน" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/23/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/อ">อานิสงส์ที่ได้สร้างสะพาน</a> แต่ครั้งศาสนาแห่งพระกุกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มาแสดงวิบากผลให้ปรากฏแก่ท่าน พระมหากปิลัตเถระ</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8aae0b8b0e0b89ee0b8b2e0b899.jpg"><img class="size-full wp-image-285 aligncenter" title="อานิสงส์สร้างสะพาน" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8aae0b8b0e0b89ee0b8b2e0b899.jpg?w=401&#038;h=301" alt="อานิสงส์สร้างสะพาน" width="401" height="301" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">
<p style="text-align:justify;"><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/36.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/283/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/283/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=283&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/23/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8aae0b8b0e0b89ee0b8b2e0b899.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์สร้างสะพาน</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์สร้างศาลา</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2009 08:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างศาลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=277</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;นันทิยะได้ถวายศาลาแก่พระบรมศาสดา ความว่านันทิยะเป็นมหาทานบดี สร้างวิหารที่ป่าอิสิปตนะพร้อมด้วยเครื่องเสนาสนะ แล้วทำมหกรรมการฉลองอย่างมโหฬาร ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานได้หลั่งน้ำทักขิโณทก ตกลงเหนือฝ่าพระหัตถ์พระบรมศาสดาในขณะนั้น ปราสาทอันเป็นทิพย์สำเร็จแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ใหญ่ ๑๒ โยชน์ สูง ๑๗ โยชน์ เพียบพร้อมไปด้วยนางเทพธิดา ก็อุบัติขึ้นในเทวโลกรอคอยนันทิยะอยู่ “กาลํ กตฺวา” ครั้นนันทิยะสิ้นชีพทำลายขันธ์แล้ว ก็ได้ไปเสวยสมบัติในเทวโลกอันรอคอยอยู่นั้น มีนามปรากฏว่านันทิยะเทพบุตรบริโภคทิพย์สมบัติ อันมีนางฟ้าเป็นบาทบริจาริกา แวดล้อมบำเรออยู่ทุกทิพราตรีกาลสุขเกษมสำราญอยู่ในทิพย์วิมานนั้น อย่างไม่มีเวลาสร่างซา ที่มา : http://www.84000.org/anisong/35.html<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=277&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8a8e0b8b2e0b8a5e0b8b2.jpg"><img class="size-full wp-image-279 aligncenter" title="อานิสงส์สร้างศาลา" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8a8e0b8b2e0b8a5e0b8b2.jpg?w=350&#038;h=255" alt="อานิสงส์สร้างศาลา" width="350" height="255" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;นันทิยะได้ถวายศาลาแก่พระบรมศาสดา ความว่านันทิยะเป็นมหาทานบดี สร้างวิหารที่ป่าอิสิปตนะพร้อมด้วยเครื่องเสนาสนะ แล้วทำมหกรรมการฉลองอย่างมโหฬาร ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานได้หลั่งน้ำทักขิโณทก ตกลงเหนือฝ่าพระหัตถ์พระบรมศาสดาในขณะนั้น ปราสาทอันเป็นทิพย์สำเร็จแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ใหญ่ ๑๒ โยชน์ สูง ๑๗ โยชน์ เพียบพร้อมไปด้วยนางเทพธิดา ก็อุบัติขึ้นในเทวโลกรอคอยนันทิยะอยู่ “กาลํ กตฺวา”</p>
<p style="text-align:justify;">ครั้นนันทิยะสิ้นชีพทำลายขันธ์แล้ว ก็ได้ไปเสวยสมบัติในเทวโลกอันรอคอยอยู่นั้น มีนามปรากฏว่านันทิยะเทพบุตรบริโภคทิพย์สมบัติ อันมีนางฟ้าเป็นบาทบริจาริกา แวดล้อมบำเรออยู่ทุกทิพราตรีกาลสุขเกษมสำราญอยู่ในทิพย์วิมานนั้น อย่างไม่มีเวลาสร่างซา</p>
<p><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/35.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/277/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=277&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/10/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b8a8e0b8b2e0b8a5e0b8b2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์สร้างศาลา</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์เผาศพ</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 08:42:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[ฌาปนกิจศพ]]></category>
		<category><![CDATA[เผาศพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีรร่างกายของคนอนาถาที่มีแต่ร่างกระดูก ผู้นั้นจะบริบูรณ์ไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ศฤงคาร บริวารมากถึง ๘ พัน ถ้าซากศพนั้นยังมีเลือดเนื้ออยู่ จะอำนวยผลให้เป็นผู้ มียศศักดิ์บริวารหนึ่งหมื่น ถ้าเผาผีร่างกายของคนแก่เฒ่าชรา จะนำมาซึ่งธนสารยศศักดิ์บริวารแวดล้อม ถึง ๔ หมื่น ถ้าเผาซากศพญาติมิตรสหายบุตรและทารก จะอำนวยผลให้ผู้นั้นสมบูรณ์ หมื่นก็แล ถ้าบุคคลผู้ใดมีใจศรัทธามาทำฌาปนกิจเผาศพบิดามารดา จะได้เสวยผลานิสงส์อันเป็นทิพย์ ยศศักดิ์สมบัติบริวารประมาณแสนหนึ่ง ผู้ใดได้เผาสรีรร่างกายของภิกษุสงฆ์ จะได้รับผลานิสงส์ยศศักดิ์สมบัติ บริวารประมาณสองแสน มาตรแม้นแต่เผาซากศพนกที่ตกอยู่บนปฐพี ด้วยใจยินดีเลื่อมใสในศรัทธา ครั้นมาทำลายเบญจขันธ์ลงก็จะตรงไปเกิดบนสวรรค์มีวิมานเป็นที่อยู่ การทำฌาปนกิจในสรีรสัตว์เดียรัจฉาน ยังได้เสวยทิพย์สมบัติบนวิมานถึงเพียงนี้ ก็ท่านทั้งหลายได้กระทำการจุดเผาสรีรกายของมนุษย์ ยิ่งจะมีผลานิสงส์อันโอฬารกว่านี้ร้อยเท่าทวีคูณ จะเป็นบุญนิธิขุมทรัพย์นำให้อุบัติในสุคติโลกสวรรค์ อย่างไม่มีความสงสัย เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ ที่มา : http://www.84000.org/anisong/34.html<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=272&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ใดมีจิตเมตตาสงเคราะห์เผาสรีรร่างกายของคนอนาถาที่มีแต่ร่างกระดูก ผู้นั้นจะบริบูรณ์ไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ศฤงคาร บริวารมากถึง ๘ พัน ถ้าซากศพนั้นยังมีเลือดเนื้ออยู่ จะอำนวยผลให้เป็นผู้ มียศศักดิ์บริวารหนึ่งหมื่น ถ้าเผาผีร่างกายของคนแก่เฒ่าชรา จะนำมาซึ่งธนสารยศศักดิ์บริวารแวดล้อม ถึง ๔ หมื่น ถ้าเผาซากศพญาติมิตรสหายบุตรและทารก จะอำนวยผลให้ผู้นั้นสมบูรณ์ หมื่นก็แล ถ้าบุคคลผู้ใดมีใจศรัทธามาทำ<a title="อานิสงส์เผาศพ" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e/">ฌาปนกิจเผาศพ</a>บิดามารดา จะได้เสวยผลานิสงส์อันเป็นทิพย์ ยศศักดิ์สมบัติบริวารประมาณแสนหนึ่ง ผู้ใดได้เผาสรีรร่างกายของภิกษุสงฆ์ จะได้รับผลานิสงส์ยศศักดิ์สมบัติ บริวารประมาณสองแสน มาตรแม้นแต่เผาซากศพนกที่ตกอยู่บนปฐพี ด้วยใจยินดีเลื่อมใสในศรัทธา ครั้นมาทำลายเบญจขันธ์ลงก็จะตรงไปเกิดบนสวรรค์มีวิมานเป็นที่อยู่ การ<a title="อานิสงส์เผาศพ" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e/">ทำฌาปนกิจ</a>ในสรีรสัตว์เดียรัจฉาน ยังได้เสวยทิพย์สมบัติบนวิมานถึงเพียงนี้ ก็ท่านทั้งหลายได้กระทำการจุดเผาสรีรกายของมนุษย์ ยิ่งจะมีผลานิสงส์อันโอฬารกว่านี้ร้อยเท่าทวีคูณ จะเป็นบุญนิธิขุมทรัพย์นำให้อุบัติในสุคติโลกสวรรค์ อย่างไม่มีความสงสัย เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ</p>
<p><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/34.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/272/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/272/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=272&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์อาการวัตตาสูตร</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2009 07:56:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[อาการวัตตาสูตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;ในสมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เขาคิชฌกูฎบรรพตคีรี ใกล้ราชธานีราชคฤห์มหานคร ในสมัยครั้งนั้นพระสารีบุตรพุทธสาวก เข้าไปสู่ที่เฝ้าถวายอภิวาทโดยเคารพแล้วนั่งในที่ควร ส่วนข้างหนึ่งเล็กแลดูสหธัมมิกสัตว์ทั้งหลาย ก็เกิดปริวิตกในใจคิดถึงกาลต่อไปภายหน้าว่า “อิเม โข สตฺตา ฉินฺนมูลา อตีตสิกฺขา” สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ที่หนาไปด้วยกิเลสมีอวิชชาหุ้มห่อไว้ มีสันดานอันรกชัฏด้วยอกุศล คือ โลภะ โทสะ โมหะ ชื่อว่ากุศลมูลขาดแล้ว มีสิกขาอันละเสียแล้ว เที่ยงที่จะไปสู่อบายทั้ง ๔ คือ นรก เปรตวิสัย อสุรกายและสัตดิรัจฉาน เมื่อสัตว์หนาไปด้วยอกุศล จะนำตนให้ไปไหม้อยู่ในอบายภูมิตลอดกาลยืดยาวนาน ธรรมเครื่องกระทำให้เป็นพระพุทธเจ้า คือบารมี ๓๐ ทัศ มีอยู่จะห้ามกันเสียได้ซึ่งจตุราบายทุกข์ทั้งมวล และธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ในพระสูตรพระวินัย พระปรมัตถ์ล้วนเป็นธรรมที่จะนำให้สัตว์พ้นจากสังสารทุกข์ทั้งนั้น เมื่อปริวิตกเช่นนี้เกิดมีแก่พระธรรมเสนาบดีพระสารีบุตรแล้ว ด้วยความเมตตากรุณาแก่ประชาชนทั้งหลาย ที่เกิดมาในสุดท้ายภายหลังจะได้ปฏิบัติเป็นเครื่องป้องภัยในอบาย พระผู้เป็นเจ้าจึงยกอัญชลีกรถวายอภิวาทพระบรมโลกนาถเจ้า แล้วทูลถามว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ “เย เกจิ ทุปฺปญฺญา ปถคฺคลา” บุคคลทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีปัญญายังหนาด้วยโมหะหารู้จักพุทธกรณธรรม คือบารมีแห่งพระพุทธเจ้านั้นไม่เพราะเป็นคนอันธพาล กระทำซึ่งกรรมอันเป็นบาปทั้งปวงด้วยอำนาจราคะ โทสะ โมหะ เข้าครอบงำกระทำกรรมตั้งแต่เบาคือ ลหุกรรม จนกระทั่งกรรมหนักคือครุกรรม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=258&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;ในสมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เขาคิชฌกูฎบรรพตคีรี ใกล้ราชธานีราชคฤห์มหานคร ในสมัยครั้งนั้นพระสารีบุตรพุทธสาวก เข้าไปสู่ที่เฝ้าถวายอภิวาทโดยเคารพแล้วนั่งในที่ควร ส่วนข้างหนึ่งเล็กแลดูสหธัมมิกสัตว์ทั้งหลาย ก็เกิดปริวิตกในใจคิดถึงกาลต่อไปภายหน้าว่า “อิเม โข สตฺตา ฉินฺนมูลา อตีตสิกฺขา” สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ที่หนาไปด้วยกิเลสมีอวิชชาหุ้มห่อไว้ มีสันดานอันรกชัฏด้วยอกุศล คือ โลภะ โทสะ โมหะ ชื่อว่ากุศลมูลขาดแล้ว มีสิกขาอันละเสียแล้ว เที่ยงที่จะไปสู่อบายทั้ง ๔ คือ นรก เปรตวิสัย อสุรกายและสัตดิรัจฉาน เมื่อสัตว์หนาไปด้วยอกุศล จะนำตนให้ไปไหม้อยู่ในอบายภูมิตลอดกาลยืดยาวนาน ธรรมเครื่องกระทำให้เป็นพระพุทธเจ้า คือบารมี ๓๐ ทัศ มีอยู่จะห้ามกันเสียได้ซึ่งจตุราบายทุกข์ทั้งมวล และธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ในพระสูตรพระวินัย พระปรมัตถ์ล้วนเป็นธรรมที่จะนำให้สัตว์พ้นจากสังสารทุกข์ทั้งนั้น</p>
<p style="text-align:justify;">เมื่อปริวิตกเช่นนี้เกิดมีแก่พระธรรมเสนาบดีพระสารีบุตรแล้ว ด้วยความเมตตากรุณาแก่ประชาชนทั้งหลาย ที่เกิดมาในสุดท้ายภายหลังจะได้ปฏิบัติเป็นเครื่องป้องภัยในอบาย พระผู้เป็นเจ้าจึงยกอัญชลีกรถวายอภิวาทพระบรมโลกนาถเจ้า แล้วทูลถามว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ “เย เกจิ ทุปฺปญฺญา ปถคฺคลา” บุคคลทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีปัญญายังหนาด้วยโมหะหารู้จักพุทธกรณธรรม คือบารมีแห่งพระพุทธเจ้านั้นไม่เพราะเป็นคนอันธพาล กระทำซึ่งกรรมอันเป็นบาปทั้งปวงด้วยอำนาจราคะ โทสะ โมหะ เข้าครอบงำกระทำกรรมตั้งแต่เบาคือ ลหุกรรม จนกระทั่งกรรมหนักคือครุกรรม โดยไม่มีความกระดากอายเบื้องหน้าแต่แตกกายทำลายขันธ์ จากชีวิตอินทรีย์แล้วจะไปเกิดในอเวจีนิรยาบาย ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าข้าผู้ประเสริฐ ธรรมอันสุขุมคัมภีรภาพสามารถปราบปรามห้ามเสียซึ่งสัตว์ทั้งหลาย มิให้ตกไปสู่นรกใหญ่จะมีอยู่หรือพระพุทธเจ้าข้า</p>
<p style="text-align:justify;">ในลำดับนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดง<a title="อานิสงส์อาการวัตตาสูตร" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/">อาการวัตตาสูตร</a>กำหนดด้วยวรรค ๕ วรรค มีนวราทิคุณวรรค เป็นต้น จนถึงปารมีทัตตะวรรค เป็นคำรบ ๕ คาถาอาการวัตตาสูตรนี้ มีอานุภาพยิ่งกว่าสูตรอื่น ๆ ในการที่ป้องกันภัยอันตรายแก่ผู้มาตามระลึกอยู่เนืองนิตย์ บาปกรรมทั้งปวงจะไม่ได้ช่องหยั่งลงสู่สันดานได้ด้วยอำนาจ<a title="พระอาการวัตตาสูตร" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/09/23/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/">อาการวัตตาสูตร</a>นี้ และบุคคลผู้ใดได้ฟังก็ดีได้เขียนเองก็ดี หรือได้จ้างท่านผู้อื่นเขียนให้ก็ดีได้ท่องทรงจำไว้ก็ดี ได้กล่าวสอนผู้อื่นก็ดี ได้สักการบูชาเคารพนับถือก็ดี ได้สวดมนต์ภาวนาอยู่เนือง ๆ ก็ดี ก็จะได้พ้นจากภัย ๓๐ ประการคือภัยอันเกิดแต่ งูพิษ สุนัขป่า สุนัขบ้าน โคบ้าน และโคป่า กระบือบ้าน และกระบือเถื่อน พยัคฆะ หมู เสือ สิงห์ และภัยอันเกิดแต่คชสารอัสดรพาชี จตุรงคชาติของพระราชา ผู้เป็นจอมของนรชน ภัยอันเกิดแต่น้ำ และเพลิง เกิดแต่มนุษย์ และอมนุษย์ ภูตผีปิศาจ เกิดแต่อาชญาของแผ่นดิน เกิดแต่ยักษ์กุมภัณฑ์ และคนธรรพ์อารักขเทวตา เกิดแต่มาร ๕ ประการที่ผลาญให้วิการต่าง ๆ เกิดแต่วิชาธรผู้ทรงคุณวิทยากร และภัยที่จะเกิดแต่มเหศวรเทวราช ผู้เป็นใหญ่ในเทวโลกรวมเป็นภัย ๓๐ ประการอันตรธานพินาศไป ทั้งโรคภัยที่เสียดแทงอวัยวะน้อยใหญ่ ก็จะวินาศเสื่อมคลายหายไป ด้วยอำนาจเคารพนับถือใน<a title="อานิสงส์อาการวัตตาสูตร" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/">พระอาการวัตตาสูตร</a>นี้แล</p>
<p style="text-align:justify;">ดูกรสารีบุตรบุคคลผู้นั้นเมื่อยังท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏฏ์ จะเป็นผู้มีปัญญาละเอียดสุขุม มีชนมายุยืนยงคงทนนาน จนเท่าถึงอายุไขยเป็นกำหนดจึงตายจะตายด้วยอุปัททวันอันตราย นั้นหามิได้ ครั้นเมื่อสิ้นชีพแล้วจะได้ไปอุบัติขึ้นบนสวรรค์ ร่างกายก็จะมีฉวีวรรณอันผ่องใจดุจทองคำธรรมชาติ จักษุประสาทก็จะรุ่งเรืองงามมองดูได้ไกลมิได้วิปริต จะได้เป็นพระอินทร์ ๓๖ กัลปเป็นประมาณ จะได้สมบัติพระยาจักรพรรดิราชาธิราช ๑๖ กัลป คับครั่งไปด้วยรัตนะ ๗ ประการก็ด้วยอานิสงส์ที่ได้สวดสาธยายอยู่เนืองนิตย์ “ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ” แม้แต่สดับฟังท่านอื่นเทศนา ด้วยจิตประสันนาการเลื่อมใสก็ไม่ไปสู่ทุคติตลอดยืดยาวนานถึง ๙๐ แสนกัลป์</p>
<p><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/33.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/258/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=258&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์ถวายผ้าปูโรงอุโบสถ</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/19/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/19/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 07:50:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าปูโรงอุโบสถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=254</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;ดังได้ยินมาว่าในสมัยหนึ่งพระบรมศาสดาของเราได้เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารในกรุงสาวัตถีในกาลครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้เสวยราชสมบัติในเมืองสาวัตถี ในวันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลได้นำเครื่องสักการบูชา มีประทีปดอกไม้คันธรสของหอมพร้อมด้วยบริวารของพระองค์เข้าไปสู่เชตวันมหาวันมหาวิหาร บูชาซึ่งพระบรมศาสนาแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วจึงทูลถามพระศาสดาว่า บุคคลหญิงชายมีใจเลื่อมใสในศาสนามาสร้างผ้าปูลาดไว้ในโรงอุโบสถดังนี้ จะมีผลานิสงส์มากน้อยเท่าใดพระเจ้าข้า สมเด็จพระบรมศาสดาก็ตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า นรชนหญิงชายทั้งหลายมีใจเลื่อมใสศรัทธาได้สร้างผ้าปูลาดโรงอุโบสถ ก็จักมีผลานิสงส์มากมายก่ายกองเหลือที่จะคณนานับได้ในภพนี้และภพหน้า ผลที่ได้ในภพนี้ก็คือ จะมีผู้นับหน้าถือตาไปทางใดก็มีผู้อยากให้ร่วมกินร่วมนอนถึงแม้จะเข้าไปทางใดก็มีผู้อยากให้ร่วมกินร่วมนอนถึงแม้ว่าจะเข้าไปสู่สมาคมใด ๆ ก็ไม่สยมสยองพองเกล้า การทำมาหากินก็สมความมุ่งมาตรปรารถนา เมื่อสิ้นชีพแล้วก็จะได้อุบัติขึ้นในสุขคติโลกสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานสูงได้ ๑๒ โยชน์ แล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ ดูรุ่งเรืองงดงามยิ่งกว่าปราสาทหลังอื่น ๆ มีนางฟ้าเทพอัปสรกัลยาแสนหนึ่งเป็นบริวาร เทวบุตรตนนั้นมีกำลังบริษัททั้งสี่ แวดล้อมเสพดุริยดนตรีอยู่ทุกเวลามิได้ขาด ฉะนั้นผลานิสงส์อันนี้ย่อมเป็นบันไดนำขึ้นสู่สวรรค์ นี่แหละมหาบพิตรราชสมภาร บุคคลผู้มีมืออันชุ่มไปด้วยการให้ทาน หมู่ทวยเทพทั้งหลายย่อมความยินดีสรรเสริญ รอคอยผู้ให้ทานนั้นอยู่เสมอเมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลง บริษัททั้งสี่มีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นประธาน ก็มีความรื่นเริงยินดีในพระสัทธรรมเทศนาเป็นยิ่งนัก เป็นผู้ตั้งอยู่ในกุศลสัมมาปฏิบัติเป็นจำนวนมาก ครั้นทำลายขันธ์ลงก็ไปอุบัติเกิดในสัตตรัตนปราสาทเสวยสมบัติอันเป็นทิพย์ มีหมู่นางอัปสรสวรรค์แวดล้อมเป็นยศบริวาร ที่มา : http://www.84000.org/anisong/32.html<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=254&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;ดังได้ยินมาว่าในสมัยหนึ่งพระบรมศาสดาของเราได้เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารในกรุงสาวัตถีในกาลครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้เสวยราชสมบัติในเมืองสาวัตถี ในวันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลได้นำเครื่องสักการบูชา มีประทีปดอกไม้คันธรสของหอมพร้อมด้วยบริวารของพระองค์เข้าไปสู่เชตวันมหาวันมหาวิหาร บูชาซึ่งพระบรมศาสนาแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วจึงทูลถามพระศาสดาว่า บุคคลหญิงชายมีใจเลื่อมใสในศาสนามาสร้างผ้าปูลาดไว้ในโรงอุโบสถดังนี้ จะมีผลานิสงส์มากน้อยเท่าใดพระเจ้าข้า</p>
<p style="text-align:justify;">สมเด็จพระบรมศาสดาก็ตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า นรชนหญิงชายทั้งหลายมีใจเลื่อมใสศรัทธาได้สร้างผ้าปูลาดโรงอุโบสถ ก็จักมีผลานิสงส์มากมายก่ายกองเหลือที่จะคณนานับได้ในภพนี้และภพหน้า ผลที่ได้ในภพนี้ก็คือ จะมีผู้นับหน้าถือตาไปทางใดก็มีผู้อยากให้ร่วมกินร่วมนอนถึงแม้จะเข้าไปทางใดก็มีผู้อยากให้ร่วมกินร่วมนอนถึงแม้ว่าจะเข้าไปสู่สมาคมใด ๆ ก็ไม่สยมสยองพองเกล้า การทำมาหากินก็สมความมุ่งมาตรปรารถนา เมื่อสิ้นชีพแล้วก็จะได้อุบัติขึ้นในสุขคติโลกสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานสูงได้ ๑๒ โยชน์ แล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ ดูรุ่งเรืองงดงามยิ่งกว่าปราสาทหลังอื่น ๆ มีนางฟ้าเทพอัปสรกัลยาแสนหนึ่งเป็นบริวาร เทวบุตรตนนั้นมีกำลังบริษัททั้งสี่ แวดล้อมเสพดุริยดนตรีอยู่ทุกเวลามิได้ขาด ฉะนั้นผลานิสงส์อันนี้ย่อมเป็นบันไดนำขึ้นสู่สวรรค์ นี่แหละมหาบพิตรราชสมภาร บุคคลผู้มีมืออันชุ่มไปด้วยการให้ทาน หมู่ทวยเทพทั้งหลายย่อมความยินดีสรรเสริญ รอคอยผู้ให้ทานนั้นอยู่เสมอเมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลง บริษัททั้งสี่มีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นประธาน ก็มีความรื่นเริงยินดีในพระสัทธรรมเทศนาเป็นยิ่งนัก เป็นผู้ตั้งอยู่ในกุศลสัมมาปฏิบัติเป็นจำนวนมาก ครั้นทำลายขันธ์ลงก็ไปอุบัติเกิดในสัตตรัตนปราสาทเสวยสมบัติอันเป็นทิพย์ มีหมู่นางอัปสรสวรรค์แวดล้อมเป็นยศบริวาร</p>
<p style="text-align:justify;"><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/32.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/254/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=254&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/19/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์สร้างธรรมาสน์</title>
		<link>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/18/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/18/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Oct 2009 07:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chefuno77</dc:creator>
				<category><![CDATA[อานิสงส์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างธรรมาสน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhammaonline.wordpress.com/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;&#8230;ความว่าในสมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาของเราเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร พรั่งพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย ในกาลครั้งนั้นยังมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อเมณฑก ที่ได้ชื่อเช่นนั้นเพราะเศรษฐีนั้นมีรูปแพะทองคำอันมีฤทธานุภาพมาก ภิกษุสงฆ์จึงได้โจทนากันอยู่ในคันธกุฏี &#8230;&#8230; ในกาลครั้งนั้นสมเด็จพระบรมศาสดา ได้ตรัสพระธรรมเทศนาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลครั้งหนึ่ง ยังมีเมณฑกเศรษฐี แต่ในกาลครั้งก่อนนั้น ท่านได้เกิดมาในศาสนาของพระเจ้าวิปัสสีมีนามว่า อินทะเศรษฐีท่านมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา ได้สละทรัพย์ และ น้ำพักน้ำแรงออกก่อสร้างธรรมาสน์ ถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าวิปัสสี เพื่อนั่งแสดงพระธรรมเทศนาและได้สร้างรูปแพะทองคำอีก ๕ ตัว รองเป็นบันไดขึ้นเพื่อเสด็จไปเทศน์ได้โดยสะดวก เมื่อเสร็จแล้วท่านก็ได้ถวายแก่พระวิปัสสีพุทธเจ้า พร้อมทั้งตั้งความปณิธานว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จด้วยฤทธิ์แพะทองคำนี้เถิด &#8230;&#8230; กาลต่อมาครั้นสิ้นอายุขัย เศรษฐีนั้นได้ไปเกิดบนสวรรค์ มีวิมานทองสูงได้ ๑๐ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร วิมานนั้นประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ อันรุ่งเรืองลือชาปรากฏในเทวโลกนั้น ชื่อว่าอินทกเทวบุตร ครั้นจุติจากชั้นดาวดึงส์ ก็ได้มาบังเกิดในเมืองพาราณสี ได้เป็นมหาเศรษฐีมีข้าวของเป็นอันมากหาที่จะนับจะประมาณมิได้ ครั้นสิ้นชีพอายุขัยก็ได้นำตนไปอุบัติในเทวโลกอันเป็นเทวสถานอันอุดมโอฬารไพศาลของพวกเทพนิกรอีกครั้ง จนกระทั่งถึงศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา จึงก็ได้จุติจากเทวโลกมาบังเกิดเป็นเมณฑกเศรษฐี ครั้นเมณฑกกุมารเจริญวัยขึ้นได้ ๑๖ ปีนั้น แพะทองคำก็จึงทำฤทธิ์ให้เงินทองข้าวของในท้องแพะนั้นไหลออกมาเป็นอันมาก เมณฑกกุมารได้เสวยซึ่งสมบัติข้าวของเหล่านั้นจึงมีนามว่า เมณฑกเศรษฐี นี้ก็ด้วยผลที่ท่านมีใจเจตนาดี หรือหวังดีต่อพระศาสนาต้องการสร้างถาวรวัตถุให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน จนตลอดมาถึงทุกวันนี้ก็ย่อมได้รับอานิสงส์ตามความปรารถนาของท่าน ที่มา : [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=248&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><a href="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b8b2e0b8aae0b899e0b98c.jpg"><img class="size-full wp-image-249 aligncenter" title="อานิสงส์สร้างธรรมาสน์" src="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b8b2e0b8aae0b899e0b98c.jpg?w=300&#038;h=401" alt="อานิสงส์สร้างธรรมาสน์" width="300" height="401" /></a></p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230;ความว่าในสมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาของเราเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร พรั่งพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย ในกาลครั้งนั้นยังมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อเมณฑก ที่ได้ชื่อเช่นนั้นเพราะเศรษฐีนั้นมีรูปแพะทองคำอันมีฤทธานุภาพมาก ภิกษุสงฆ์จึงได้โจทนากันอยู่ในคันธกุฏี</p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230; ในกาลครั้งนั้นสมเด็จพระบรมศาสดา ได้ตรัสพระธรรมเทศนาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลครั้งหนึ่ง ยังมีเมณฑกเศรษฐี แต่ในกาลครั้งก่อนนั้น ท่านได้เกิดมาในศาสนาของพระเจ้าวิปัสสีมีนามว่า อินทะเศรษฐีท่านมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา ได้สละทรัพย์ และ<br />
น้ำพักน้ำแรงออกก่อ<a title="อานิสงส์สร้างธรรมาสน์" href="http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/18/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c/">สร้างธรรมาสน์</a> ถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าวิปัสสี เพื่อนั่งแสดงพระธรรมเทศนาและได้สร้างรูปแพะทองคำอีก ๕ ตัว รองเป็นบันไดขึ้นเพื่อเสด็จไปเทศน์ได้โดยสะดวก เมื่อเสร็จแล้วท่านก็ได้ถวายแก่พระวิปัสสีพุทธเจ้า พร้อมทั้งตั้งความปณิธานว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จด้วยฤทธิ์แพะทองคำนี้เถิด</p>
<p style="text-align:justify;">&#8230;&#8230; กาลต่อมาครั้นสิ้นอายุขัย เศรษฐีนั้นได้ไปเกิดบนสวรรค์ มีวิมานทองสูงได้ ๑๐ โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร วิมานนั้นประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ อันรุ่งเรืองลือชาปรากฏในเทวโลกนั้น ชื่อว่าอินทกเทวบุตร ครั้นจุติจากชั้นดาวดึงส์ ก็ได้มาบังเกิดในเมืองพาราณสี ได้เป็นมหาเศรษฐีมีข้าวของเป็นอันมากหาที่จะนับจะประมาณมิได้ ครั้นสิ้นชีพอายุขัยก็ได้นำตนไปอุบัติในเทวโลกอันเป็นเทวสถานอันอุดมโอฬารไพศาลของพวกเทพนิกรอีกครั้ง จนกระทั่งถึงศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา จึงก็ได้จุติจากเทวโลกมาบังเกิดเป็นเมณฑกเศรษฐี ครั้นเมณฑกกุมารเจริญวัยขึ้นได้ ๑๖ ปีนั้น แพะทองคำก็จึงทำฤทธิ์ให้เงินทองข้าวของในท้องแพะนั้นไหลออกมาเป็นอันมาก เมณฑกกุมารได้เสวยซึ่งสมบัติข้าวของเหล่านั้นจึงมีนามว่า เมณฑกเศรษฐี นี้ก็ด้วยผลที่ท่านมีใจเจตนาดี หรือหวังดีต่อพระศาสนาต้องการสร้างถาวรวัตถุให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน จนตลอดมาถึงทุกวันนี้ก็ย่อมได้รับอานิสงส์ตามความปรารถนาของท่าน</p>
<p style="text-align:justify;"><em>ที่มา : http://www.84000.org/anisong/31.html</em></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/dhammaonline.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/dhammaonline.wordpress.com/248/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhammaonline.wordpress.com&amp;blog=9580590&amp;post=248&amp;subd=dhammaonline&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhammaonline.wordpress.com/2009/10/18/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/6866132560d89bb6559fa601821d8b8c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chefuno77</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://dhammaonline.files.wordpress.com/2009/09/e0b8ade0b8b2e0b899e0b8b4e0b8aae0b887e0b8aae0b98ce0b8aae0b8a3e0b989e0b8b2e0b887e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b8b2e0b8aae0b899e0b98c.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อานิสงส์สร้างธรรมาสน์</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
